Tuesday, April 16, 2013

มะหาดคืออะไร ? ครีมมะหาดได้ผลหรือไม่ ?

ตอน นี้ โลชั่นหรือครีมมะหาดฮิตมาก หลายคนใช้แล้วได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง อาจมีบางคนสงสัยว่า ตกลงมะหากคืออะไรกันแน่ หาคำตอบได้จากที่นี่ครับ


1. มะหาดเป็นไม้ยืนต้นพบในประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียใต้ รายละเอียดเกี่ยวกับมะหาดโดยทั่วไปหาอ่านได้ที่นี่ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94
2. ต้นมะหาดที่นำมาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาทางการแพทย์แผนไทยหรือเป็นสมุนไพร นั้น จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยใช้แก่น ราก หรือเปลือกได้

3. คนไทยโบราณใช้เปลือกมะหาดเพื่อลดอาการไข้ ใช้รากมะหาดในการขับถ่ายพยาธิ และกินแก่นมะหาดเพื่อลดอาการท้องผูก ท้องอืด หรือท้องเฟ้อ

4. แก่นมะหาดยังใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคทางผิวหนัง เช่น อาการผด ผื่น คัน ได้อีกด้วย

5. มีการศึกษาวิจัยว่า สารสกัดจากแก่นมะหาด ชื่อ oxyresveratrol สามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ในหลอดทดลอง จึงมีคนพูดถึงการใช้มะหาดทำให้ผิวขาว

6. แต่งานวิจัยทางการแพทย์ที่มีการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ ซึ่งอ้างอิงได้ในขณะนี้ มีเพียงเรื่องการใช้สารสกัดจากแก่นมะหาดในการรักษาเริมในหนู

7. เนื้อหาของงานวิจัยที่มีอาจารย์จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ ใช้สารสกัดจากแก่นมะหาดรักษาเริมในหนู อ่านได้ที่นี่ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21669230

8. มี website ขายผลิตภัณฑ์มะหาด อ้างงานวิจัยในคนที่ได้ผลว่าทำให้ผิวขาวขึ้น แต่ค้นฐานข้อมูลทางการแพทย์แล้ว ไม่พบว่ามีงานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์

9. มาพูดถึงงานวิจัยเกี่ยวกับมะหาดที่หมอทราบแน่ว่ามี ที่คณะแพทย์ มศว. ประสานมิตร ซึ่งหมอเพิ่งได้คุยกับอาจารย์ที่คุมงานวิจัยนี้เมื่อ 3 วันก่อน

10. มีการนำสารสกัดจากมะหาดมารักษาฝ้า เทียบกับการใช้ไฮโดรควิโนน พบว่ารักษาฝ้าได้ผลเทียบเท่ากับไฮโดรควิโนน แต่ผลข้างเคียงเยอะและเกิดการแพ้ได้

11. ผลข้างเคียงที่พบจากการใช้ครีมมะหาดในการรักษาฝ้าคือ หน้าแดง เกิดผื่น ระคายเคือง ซึ่งพบเมื่อใช้ที่ความเข้มข้น 5%

12. ถึงแม้ว่าสารสกัดจากแก่นมะหาด จะสามารถใช้รักษาฝ้าได้เทียบเท่าไฮโดรควิโนน แต่ก็ยังไม่มีการวิจัยเรื่องการทำให้ผิวขาวและผลในระยะยาว

13. โดยส่วนตัวคิดว่า ถ้าใครต้องการทดลองใช้ครีมหรือโลชั่นมะหาดเพื่อทำให้ผิวขาว ไม่ควรใช้ที่ความเข้มข้นเกิน 5% เพราะเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้มาก

14. ถ้าจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มะหาด ควรจะเลือกที่ระบุ % ไว้เท่านั้น เพราะมีผลข้างเคียงถ้าใช้ความเข้มข้นเกิน 5%

15. สำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดที่เป็นหัวเชื้อ น่าจะมีความเข้มข้นสูงมาก มีไว้สำหรับเป็นสารตั้งต้นในการผลิตเท่่านั้น ไม่ควรนำมาใช้โดยตรง

16. ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตามที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีการระบุ % ของสารไว้เสมอ ถ้าไม่มีการระบุ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าไม่ผ่านการรับรอง

รวบรวมจาก Twitter ของ ผศ. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา @DrRungsima

0 comments:

Post a Comment